zoom

กรอสซูลาไรท์

กรอสซูลาไรท์เป็นอัญมณีประเภทหนึ่งในตระกูลของการ์เน็ทหรือโกเมน(Garnet) โดยสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเ ภท ได้แก่ กรอสซูลาไรท์ แบบโปร่งใส(Transparent Grossularite) และ กรอสซูไรท์แบบโปร่งแสง (TL Grossularite or Hydrogrossularite)

1. กรอสซูลาไรท์ แบบโปร่งใส

เป็นอัลโลโครเมติค(Allochromatic)หมายถึง สีที่ได้เกิดมาจากการแทรกซ้อนของธาตุสีเข้าไปในผลึก สีขึ้นอยู่กับธาตุสี กรอสซูลาไรท์โปร่งใส มีไร้สี เหลือง ส้ม น้ำตาล เขียว แบ่งชนิดโปร่งใสออกเป็น ซาโวไรท์ (Tsavorite) สีเขียว ถึงเขียวอมเหลือง มีตั้งแต่โทนอ่อนถึงเข้ม เริ่มเป็นที่รู้จักกันในปี ค.ศ.1970 ธาตุสีมาจากวาเนเดียมและโครเมียม สีเขียวที่สวยจะดูคล้ายมรกตที่มาจาก เคนยา ทานซาเนีย มีค่าดัชนี 1.743 ความถ่วงจำเพาะประมาณ 3.61 เป็นพลอยที่กำลังได้รับความนิยมกันมาก เพราะมีสีเขียวที่สวยงามและผลึกที่ได้ค่อนข้างสะอาด

เฮสโซไนท์ (Hessonite) สีเหลืองอมส้มถึงส้มอมแดง โทนสีตั้งแต่ปานกลางถึงเข้ม ส่วนมากจะแสดหักเหคู่หลอก บางครั้งถูกเรียกเป็น ซินนามอนสโตน(Cinnamon Stone) ตำหนิภายในมี ผลึกใส ตำหนิดูสลัวๆคล้ายคลื่นความร้อน ฉะนั้นลักษณะโดยทั่วไปของพลอยจึงดูดซึมๆแหล่งกำเนิด คือศรีลังกา ชนิดอื่นๆระบุตามสี

2.กรอสซูไรท์แบบโปร่งแสง

ลักษณะโปร่งใสถึงทึบ สีส้ม เขียว ขมพู ขาว และเทา จากอัฟริกาใต้ สีเขียว ถูกเรียกว่า “หยกทรานสเวิล&qute; (Transvaal Jade) หรือ “หยกอัฟริกา” (African Jade) เพราะลักษณะและสีดูคล้ายหยกมาก เพียงแต่สีเขียวของกรอสซูไรท์แบบโปร่งแสง มักมีตำหนิภายในเป็นจุดดำๆ เกิดจากแร่โครไมท์ (Chomite) และแมคเนไทท์ (Magnetite) อาจมีรอยแตกแบบเสี้ยน และมีความวาวแบบขี้ผึ้ง ค่าดัชนีหักเห 1.728 ค่าถ่วงจำเพาะ 3.47 สีชมพูเกิดจากธาตุมังกานีส ค่าดัชนีหักเหประมาณ 1.675 – 1.705 และค่าคสามถ่วงจำเพาะ 3.27 แหล่งกำเนิดคือ อัฟริกาใต้และแคนาดา

ซิตรินหรือควอทซ์สีเหลือง หรือที่นิยมเรียกว่า “โทแพซควอทซ์” ตามปกติจะมีสีเหลือง ส้มถึงน้ำตาล ซิทรินที่ดีจะไม่ค่อยมีตำหนิ มีความทนทานดี ส่วนมากซิทรินได้มาจากการเผาอะมีทิสต์ ชื่อซิทรินได้มาจากภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “มะนาว” และเป็นพลอยประจำราศีเดือนพฤศจิกายนร่วมกับโทแพซ สีได้จากธาตุเหล็ก (Fe)

Leave a Reply

comments-bottom